ทองคำพุ่ง หลังทรัมป์ และอิหร่าน มีการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาทองคำในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย ยังช่วยลดแรงกดดันในตลาดพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และช่วยผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในระยะสั้น
ประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตามองคือการที่อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันของโลก การเปิดเส้นทางดังกล่าวส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน และลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงในระดับหนึ่ง เมื่อความตึงเครียดลดลง ราคาน้ำมันจึงเผชิญแรงขาย และส่งผลต่อเนื่องให้ความคาดหวังเงินเฟ้อลดลงตามไปด้วย
ในมุมของตลาดทองคำโลก ราคาทองสปอตพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการซื้อขาย โดยสามารถทะลุระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขึ้นไปแตะบริเวณใกล้ 4,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะเผชิญแรงขายทำกำไรและย่อตัวลงมาปิดสัปดาห์บริเวณประมาณ 4,830–4,840 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การเคลื่อนไหวลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อที่ยังแข็งแรง แต่ก็มีแรงขายระยะสั้นเข้ามากดดันเป็นระยะ
ในด้านการเมืองระหว่างประเทศ ยังมีสัญญาณบวกเพิ่มเติมจากฝั่งสหรัฐ โดยมีการกล่าวถึงโอกาสในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับตลาดการเงินโดยรวม แม้สถานการณ์จะยังไม่สิ้นสุด แต่ความคาดหวังต่อการเจรจาที่อาจเกิดขึ้นในระยะใกล้ ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความตึงเครียดในตลาดได้ในระดับหนึ่ง
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง ประกอบกับเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจมีโอกาสปรับลดในอนาคต เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อราคาทองคำในระยะสั้นถึงกลาง โดยมีโอกาสเห็นราคาทองกลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงอีกครั้ง หากปัจจัยสนับสนุนยังคงอยู่
ในสัปดาห์ถัดไป ตลาดจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นยอดค้าปลีก ตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ ดัชนี PMI รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนภาพเศรษฐกิจและมีผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางของราคาทองในระยะถัดไป
สำหรับราคาทองคำในประเทศ มีการประกาศราคาเพียงครั้งเดียวในวันเสาร์ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขยับขึ้นมายืนเหนือระดับ 73,000 บาทได้อีกครั้ง สะท้อนถึงแรงหนุนจากตลาดโลกที่ยังแข็งแรง เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งสัปดาห์ พบว่าราคาทองในประเทศมีการปรับขึ้นสุทธิประมาณ 900 บาท แม้ระหว่างทางจะมีการแกว่งตัวขึ้นลงหลายครั้งก็ตาม
ในส่วนของค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบ แต่มีบทบาทสำคัญต่อราคาทองในประเทศ หากเงินบาทแข็งค่าจะช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาทองไทย ในขณะที่การอ่อนค่าจะเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมให้ราคาทองในประเทศปรับตัวขึ้นได้มากกว่าทองคำโลก
โดยสรุป ภาพรวมของตลาดทองคำในช่วงนี้ยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวก แม้จะมีแรงขายทำกำไรสลับเข้ามาเป็นระยะ ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามยังคงเป็นค่าเงินดอลลาร์ ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางของราคาทองในระยะต่อไป