ราคาทองวันนี้ 4 กันยายน ปิดอ่อน 50 บาท หลังแรงส่งช่วงบ่ายเริ่มแผ่ว
ราคาทองคำไทยวันที่ 4 กันยายนเคลื่อนไหวในลักษณะขึ้นแล้วชะลอ โดยข้อมูลล่าสุดของวันที่ 3 กันยายน เวลา 17:17 น. ระบุทองคำแท่งรับซื้อ 68,950 บาท ขายออก 69,150 บาท ลดลง 50 บาทจากการปรับครั้งก่อน ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อ 67,568.12 บาท ขายออก 69,950 บาท Gold Spot อยู่ที่ 4,428 ดอลลาร์ และเงินบาทอยู่ที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ความสำคัญของรอบนี้อยู่ที่ราคาทองแท่งเคยขึ้นไปแตะ 69,300 บาทระหว่างวัน แต่ไม่สามารถรักษาระดับสูงสุดไว้ได้ สะท้อนแรงซื้อที่ยังมีอยู่แต่เริ่มถูกแรงขายระยะสั้นกดดัน
ภาพรวมจากข้อมูล 30 จุด ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน เวลา 17:23 น. ถึงวันที่ 3 กันยายน เวลา 17:17 น. ทองแท่งขายออกอยู่ในกรอบ 68,050-69,300 บาท หรือเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,100 บาทเมื่อเทียบกับจุดเริ่มต้นของชุดข้อมูล การขยับขึ้นดังกล่าวทำให้ตลาดยังมองว่าราคาทองไทยฟื้นตัวจากฐานเดิมได้ชัดเจน แต่รูปแบบการเคลื่อนไหวในวันที่ 3 กันยายนมีลักษณะพักแรงมากกว่าการเร่งตัวต่อเนื่อง เพราะช่วงท้ายราคาถอยจาก 69,300 บาทกลับมาปิดข้อมูลที่ 69,150 บาท
แรงซื้อพาราคาฟื้น แต่ปลายตลาดเริ่มติดแรงขาย
ข้อมูลช่วงเปิดตลาดวันที่ 3 กันยายน เวลา 09:01 น. ระบุทองแท่งขายออก 69,200 บาท เพิ่มขึ้น 1,150 บาทจากราคาขายออก 68,050 บาทในข้อมูลล่าสุดของวันที่ 2 กันยายนในชุดเดียวกัน การดีดตัวช่วงแรกเกิดขึ้นพร้อม Gold Spot ที่ 4,412 ดอลลาร์ และเงินบาท 33.14 บาทต่อดอลลาร์ จึงเป็นการฟื้นตัวที่มีแรงส่งทั้งจากราคาทองคำต่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในประเทศ
หลังจากนั้นราคาทองแท่งไม่ได้เดินหน้าเป็นเส้นตรง แต่แกว่งขึ้นลงครั้งละ 50 บาทหลายรอบ ช่วงเช้าราคาขายออกเคลื่อนไหวระหว่าง 69,100-69,200 บาท ก่อนขยับขึ้นแตะ 69,300 บาทในเวลา 15:35 น. และ 16:09 น. การขึ้นไปทดสอบระดับเดียวกันสองครั้งแต่ปิดท้ายต่ำลงมาเป็นสัญญาณว่าบริเวณ 69,300 บาททำหน้าที่เป็นแนวต้านจากข้อมูลจริงของวัน ไม่ใช่ระดับที่ราคาสามารถผ่านได้อย่างมั่นคง
ในช่วงท้ายตลาด Gold Spot ลดจาก 4,439 ดอลลาร์ในเวลา 16:09 น. มาอยู่ที่ 4,428 ดอลลาร์ในเวลา 17:17 น. พร้อมเงินบาทขยับจาก 32.99 เป็น 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทองแท่งขายออกจึงลดจาก 69,300 บาทมาเป็น 69,150 บาท การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ว่าราคาทองไทยตอบสนองต่อแรงอ่อนตัวของ Spot ค่อนข้างไว แม้การแข็งค่าของเงินบาทก่อนหน้านั้นจะช่วยประคองราคาทองในประเทศก็ตาม
Gold Spot ยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของรอบนี้
ในเชิงข้อเท็จจริง Gold Spot วันที่ 3 กันยายนเริ่มต้นจาก 4,412 ดอลลาร์ในเวลา 09:01 น. ลดลงไปแตะ 4,409 ดอลลาร์ในเวลา 09:26 น. จากนั้นฟื้นขึ้นต่อเนื่องจนแตะ 4,439 ดอลลาร์ในช่วงบ่าย ก่อนถอยกลับมาที่ 4,428 ดอลลาร์ล่าสุด ช่วงการเคลื่อนไหวรวม 30 ดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อยังสามารถผลักดันราคาให้ทำจุดสูงระหว่างวันใหม่ได้ แต่แรงขายบริเวณ 4,439 ดอลลาร์ยังทำให้โมเมนตัมปลายวันอ่อนลง
ความสัมพันธ์กับทองไทยเห็นได้จากหลายจุดในชุดข้อมูล เมื่อ Spot ฟื้นจาก 4,409 ดอลลาร์เป็น 4,426 ดอลลาร์ ราคาทองแท่งขายออกขยับจาก 69,100 บาทเป็น 69,200 บาท ขณะที่ช่วงบ่าย Spot ขยับจาก 4,428 ดอลลาร์เป็น 4,439 ดอลลาร์ ราคาทองแท่งขายออกเพิ่มจาก 69,150 บาทเป็น 69,300 บาท แม้ราคาทองไทยจะไม่ได้เปลี่ยนตามทุกจุดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ทิศทางโดยรวมสอดคล้องกัน จึงยังต้องให้น้ำหนักกับการยืนของ Spot มากกว่าการดูราคาทองไทยเพียงจุดเดียว
ประเด็นข่าวเกี่ยวกับท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐต่ออัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเป็นบริบทที่ทำให้ตลาดให้ความสนใจต่อทองคำมากขึ้น แต่ข้อมูลราคาที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดของการตัดสินใจหรือการเปลี่ยนแปลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโดยตรง ดังนั้นผลต่อทองคำควรประเมินผ่านกลไกตลาด หากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่ไม่สูงขึ้นทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและดอลลาร์อ่อนลง ทองคำซึ่งไม่ให้ดอกเบี้ยจะมีต้นทุนค่าเสียโอกาสลดลง และมีโอกาสได้รับแรงซื้อเพิ่มขึ้น ตรงกันข้าม หากผลตอบแทนพันธบัตรหรือดอลลาร์กลับมาแข็งขึ้น แม้ Spot จะอยู่ในระดับสูงก็อาจถูกขายทำกำไรได้
เงินบาทช่วยพยุงราคาไทย แต่ไม่ได้ลบแรงกดดันจาก Spot
ค่าเงินบาทในชุดข้อมูลอ่อนค่าที่ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ในเวลา 09:01 น. ก่อนขยับมาอยู่ที่ 33.00 บาทล่าสุด ระหว่างวันมีการแตะ 32.98 บาทหลายครั้ง การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเปิดข้อมูล โดยทั่วไปเงินบาทที่แข็งค่าจะลดมูลค่าทองคำต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท จึงเป็นแรงกดดันต่อราคาทองไทย ส่วนเงินบาทที่อ่อนค่าจะช่วยชดเชยการลดลงของ Gold Spot ได้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม รอบนี้หลักฐานจากข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเงินบาทเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เพราะในช่วงที่เงินบาทแข็งจาก 33.14 มาใกล้ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ Gold Spot กลับฟื้นจาก 4,412 ดอลลาร์ไปแตะ 4,439 ดอลลาร์ และทองแท่งขายออกปรับขึ้นจาก 69,200 บาทไปแตะ 69,300 บาท แปลว่าการเคลื่อนไหวของ Spot มีน้ำหนักมากพอจะกลบผลของเงินบาทได้ในบางช่วง
หลังเวลา 16:09 น. ภาพเริ่มเปลี่ยน เมื่อ Gold Spot ลดลง 11 ดอลลาร์ ขณะที่เงินบาทขยับอ่อนจาก 32.99 เป็น 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทองแท่งขายออกยังลดลง 150 บาทจาก 69,300 บาทเป็น 69,150 บาท การอ่อนค่าของเงินบาทเพียงเล็กน้อยจึงไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจาก Spot ได้ทั้งหมด นี่เป็นเหตุผลที่ราคาทองไทยยังมีความเสี่ยงพักฐาน แม้ค่าเงินจะไม่ได้แข็งค่าต่ออย่างชัดเจนในช่วงท้าย
ทองแท่งกับทองรูปพรรณสะท้อนภาพเดียวกัน
ทองคำแท่งขายออกล่าสุดอยู่ที่ 69,150 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 69,950 บาท ต่างกัน 800 บาทตามข้อมูลล่าสุด ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่ 67,568.12 บาท ความเคลื่อนไหวระหว่างวันของทั้งสองประเภทไปในทิศทางเดียวกับทองแท่ง โดยทองรูปพรรณขายออกขึ้นไปสูงสุด 70,100 บาทในช่วงที่ทองแท่งขายออกแตะ 69,300 บาท ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 69,950 บาท
การที่ทองรูปพรรณยังยืนใกล้ 70,000 บาท แม้ราคาล่าสุดลดลงจากจุดสูงสุด สะท้อนว่าการปรับตัวในรอบนี้เป็นการย่อตัวจากระดับสูงระหว่างวัน ไม่ใช่การทรุดตัวกลับไปยังจุดต่ำของชุดข้อมูลทันที สำหรับทองแท่ง ระดับ 69,100 บาทเป็นจุดต่ำสุดที่สังเกตได้ในวันที่ 3 กันยายน ขณะที่ 69,300 บาทเป็นจุดสูงสุดของวัน ส่วนทองรูปพรรณมีกรอบระหว่างวัน 69,900-70,100 บาทจากข้อมูลที่ให้มา กรอบดังกล่าวเป็นแนวรับและแนวต้านเชิงสังเกต ไม่ใช่ระดับที่ยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มล่วงหน้า
มุมมองต่อราคาทองวันที่ 4 กันยายน
แรงหนุนสำคัญยังมาจากการที่ราคาทองแท่งในชุดข้อมูลฟื้นจาก 68,050 บาทเป็น 69,150 บาท และ Gold Spot ยังอยู่ที่ 4,428 ดอลลาร์ แม้ลดลงจากจุดสูงสุด 4,439 ดอลลาร์ก็ตาม หากตลาดยังให้น้ำหนักกับความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐจะไม่ปรับขึ้นในเดือนกันยายน และความคาดหวังนั้นกดดันดอลลาร์หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้ลดลง ก็มีโอกาสที่ Spot จะกลับไปทดสอบจุดสูงของข้อมูลอีกครั้ง เมื่อประกอบกับเงินบาทที่ทรงตัวใกล้ 33.00 บาท ราคาทองไทยจะมีแรงส่งให้ฟื้นขึ้นได้
แรงกดดันคือราคายังไม่ผ่าน 69,300 บาทอย่างต่อเนื่อง และการปรับลงสามช่วงท้ายจาก 69,300 บาทมา 69,150 บาทเกิดพร้อม Spot ที่อ่อนจาก 4,439 ดอลลาร์เป็น 4,428 ดอลลาร์ ลักษณะดังกล่าวทำให้โมเมนตัมในทันทีชะลอ หาก Spot ลดลงต่อและเงินบาทกลับมาแข็งค่าต่ำกว่า 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ราคาทองไทยจะถูกกดดันสองทางพร้อมกัน คือมูลค่าทองในตลาดโลกที่ลดลงและอัตราแลกเปลี่ยนที่แปลงกลับเป็นเงินบาทได้น้อยลง
ขณะเดียวกัน หากเงินบาทอ่อนค่ากลับไปใกล้ระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ที่พบในช่วงต้นข้อมูล แต่ Gold Spot ไม่สามารถยืนเหนือ 4,428 ดอลลาร์ได้ ผลบวกจากค่าเงินอาจช่วยชะลอการปรับลงได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนปัจจัยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่มีตัวเลขในชุดข้อมูล จึงควรใช้เป็นตัวแปรเฝ้าระวังผ่านทิศทางของดอลลาร์และ Spot มากกว่าการระบุว่าผลตอบแทนกำลังลดลงหรือเพิ่มขึ้น
สำหรับทางเลือกแรก ราคามีโอกาสขึ้นต่อหาก Gold Spot กลับขึ้นเหนือบริเวณ 4,439 ดอลลาร์ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ปรากฏในข้อมูล และเงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นมากกว่าระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ เงื่อนไขดังกล่าวจะทำให้แรงซื้อมีโอกาสพาราคาทองแท่งกลับไปทดสอบ 69,300 บาท และทองรูปพรรณกลับไปทดสอบ 70,100 บาท หากทะลุระดับสูงสุดเหล่านี้ได้ต่อเนื่อง จึงจะเป็นหลักฐานที่ชัดขึ้นว่าการแกว่งช่วงท้ายเป็นเพียงการพักแรง ไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นขาลง
ทางเลือกที่สอง ราคามีโอกาสพักฐานหาก Gold Spot อ่อนตัวต่ำกว่า 4,428 ดอลลาร์ต่อเนื่อง พร้อมเงินบาทแข็งค่ากลับไปใกล้ 32.98 บาทต่อดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้นเมื่อมีข้อมูลใหม่ ในกรณีนี้ทองแท่งมีแนวโน้มกลับมาทดสอบกรอบ 69,100 บาทซึ่งเป็นจุดต่ำสุดระหว่างวันล่าสุด และทองรูปพรรณอาจถอยจากระดับ 69,950 บาท หากราคาหลุดกรอบดังกล่าวพร้อม Spot อ่อนลงต่อ มุมมองการฟื้นตัวจะถูกลดน้ำหนักลง ส่วนการยืนเหนือ 69,100 บาทได้ แม้ Spot จะแกว่ง จะยังสนับสนุนภาพการเคลื่อนไหวแบบสะสมแรงในกรอบ 69,100-69,300 บาทมากกว่าการหลุดแนวโน้มทันที