ทองวันนี้ปิดบวก 50 บาท รูปพรรณขาย 69,550 บาท จับตาสงครามสหรัฐฯ อิหร่านและเฟด
ราคาทองวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ปิดตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น 50 บาทต่อบาททองคำเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า แม้ระหว่างวันราคาจะปรับลงจากช่วงเปิดตลาดถึง 150 บาท โดยทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกอยู่ที่ 69,550 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองแท่งขายออก 68,750 บาท สะท้อนว่าตลาดทองยังเคลื่อนไหวท่ามกลางแรงซื้อแรงขายที่ค่อนข้างสลับกัน และยังต้องติดตามทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ตัวเลขปิดตลาดที่ต้องรู้ก่อนประเมินทิศทางทอง
ข้อมูลวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดครั้งแรกเวลา 09.02 น. และมีการปรับราคารวม 12 ครั้ง โดยราคาล่าสุด ณ เวลา 16.40 น. ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออก 69,550 บาทต่อบาททองคำ และรับซื้อ 67,173.96 บาท ส่วนทองแท่งขายออก 68,750 บาท และรับซื้อ 68,550 บาท ขณะที่ Gold Spot หรือ XAU/USD อยู่ที่ 4,391 ดอลลาร์ต่อออนซ์
จุดที่น่าสนใจคือ แม้ราคาทองในประเทศจะลดลง 150 บาทเมื่อเทียบกับราคาเปิดของวัน แต่เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดวานนี้ยังเพิ่มขึ้น 50 บาท จึงไม่ควรตีความการอ่อนตัวระหว่างวันว่าเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มในทันที เพราะภาพทั้งวันยังสะท้อนว่าราคาทองสามารถรักษาระดับที่สูงกว่าวันก่อนหน้าได้
อ่านเกมทองผ่าน XAU/USD และปัจจัยดอกเบี้ย
ในตลาดโลก Gold Spot อยู่ที่ 4,391 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ส่งผ่านมายังราคาทองคำ 96.5% ในประเทศ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ซึ่งมีผลต่อการแปลงราคาทองจากตลาดโลกเป็นเงินบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีในครั้งนี้ไม่ได้ระบุระดับ USD/THB จึงควรแยกสิ่งที่ยืนยันได้ออกจากปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ
อีกแรงพยุงที่ตลาดกำลังให้น้ำหนักคือการลดประมาณการเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนกันยายน เมื่อความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองก็เป็นประเด็นที่ตลาดใช้ประเมินมูลค่าโลหะมีค่า ดังนั้นมุมมองเรื่องดอกเบี้ยจึงสามารถส่งผลต่อบรรยากาศการซื้อขายทอง แม้ในวันที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจนเข้ามาผลักราคาออกจากกรอบเดิม
สงครามสหรัฐฯ อิหร่านยังเป็นความเสี่ยงที่ตลาดละสายตาไม่ได้
อีกด้านหนึ่งคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังดำเนินต่อหลังข้อตกลงหยุดยิงหมดอายุเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายหันกลับมาเจรจากันตามข้อมูลที่ใช้พิจารณาจากในบทความนี้
ประเด็นนี้สำคัญต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ตลาดมักจับตาในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น แต่ผลต่อราคาไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบวกเสมอไป เพราะราคาทองยังถูกกำหนดจากหลายแรงพร้อมกัน ทั้งความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย สภาพตลาดโลก และทิศทางค่าเงิน ดังนั้นข่าวภูมิรัฐศาสตร์จึงควรถูกมองเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อน ไม่ใช่เหตุผลเดียวสำหรับตัดสินใจซื้อหรือขาย
ความหมายสำหรับคนถือทองแท่งและทองรูปพรรณ
สำหรับผู้ซื้อทองในประเทศ ราคาทองแท่งและทองรูปพรรณควรพิจารณาแยกกัน ทองแท่งวันนี้มีราคาขายออก 68,750 บาท และรับซื้อ 68,550 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออก 69,550 บาท และรับซื้อ 67,173.96 บาท ส่วนต่างของราคาซื้อและขายจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดต้องมากพอที่จะชดเชยส่วนต่างดังกล่าวก่อนจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวก
ผู้ที่ต้องการสะสมทองคำระยะยาวควรใช้ราคาปัจจุบันเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขว่าราคาปิดเพิ่มขึ้นหรือลดลงในวันเดียว ขณะที่ผู้ที่ซื้อทองรูปพรรณควรให้ความสำคัญกับราคาขายออกและราคารับซื้อ รวมถึงลักษณะการใช้งานของทอง เพราะทองรูปพรรณมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างจากทองแท่ง
ตลาดระยะถัดไปควรจับตาอะไร
ตัวแปรสำคัญยังอยู่ที่ท่าทีของสหรัฐฯ และอิหร่านหลังกรอบข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง หากความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ตลาดอาจให้น้ำหนักกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น แต่หากมีพัฒนาการไปในทิศทางการเจรจา แรงกังวลบางส่วนอาจลดลงได้ ขณะเดียวกันมุมมองต่อดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายนยังเป็นอีกตัวแปรที่ต้องติดตาม เพราะมีผลต่อการประเมินทิศทางทองในตลาดโลก
สำหรับทองคำในประเทศ ต้องดูทั้ง Gold Spot และ USD/THB ควบคู่กัน การเคลื่อนไหวของ XAU/USD เพียงตัวเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะอธิบายการเปลี่ยนแปลงของราคาทอง 96.5% ในไทยทั้งหมด นักลงทุนและผู้ซื้อควรดูราคาประกาศในประเทศ ณ เวลาที่จะทำรายการจริง
ก่อนขยับพอร์ตควรอ่านความผันผวนให้รอบด้าน
ราคาทองสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์ มุมมองเรื่องดอกเบี้ย และภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป ตัวเลขของวันที่ 18 สิงหาคมจึงเป็นภาพ ณ เวลานั้น ไม่ใช่การรับประกันทิศทางในวันถัดไป ผู้ซื้อหรือผู้ขายควรเปรียบเทียบราคาทองแท่งและทองรูปพรรณล่าสุด รวมถึงส่วนต่างรับซื้อขาย ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และควรพิจารณาความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ตั้งใจถือทอง
โดยสรุป ทองวันนี้ปิดบวก 50 บาทจากวันก่อนหน้า แม้ระหว่างวันเผชิญแรงกดดันจนลดลง 150 บาทจากราคาเปิด ภาพตลาดจึงยังเป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามมากกว่าจะสรุปแนวโน้มจากวันเดียว ปัจจัยสหรัฐฯ อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซยังเพิ่มความไม่แน่นอน ขณะที่ความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือนกันยายนยังเป็นแรงพยุงสำคัญ สำหรับผู้ลงทุนไทย การติดตาม XAU/USD ร่วมกับค่าเงินบาทและราคาทอง 96.5% ในประเทศ จะช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้ครบกว่าการดูราคาทองเพียงตัวเลขเดียว