ทองคำรีบาวด์แตะ 4,128 ดอลลาร์ ตลาดจับตารายงานประชุมเฟด
ราคาทองคำตลาดโลกฟื้นตัวในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 หลังลงไปใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์ โดยราคาสปอตเพิ่มขึ้น 0.6% มาอยู่ที่ 4,128.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 05.44 น. ตามเวลาสากล แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความตึงเครียดสหรัฐและอิหร่านช่วยพยุงตลาด แต่ภาพรวมยังถูกถ่วงด้วยเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ขยับสูง และความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ตัวเลขล่าสุดที่ทำให้ตลาดทองคำต้องชั่งน้ำหนักใหม่
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าทองคำยังไม่ได้กลับเข้าสู่ภาวะขาขึ้นอย่างไร้แรงต้าน แม้ราคาสปอตรีบาวด์ขึ้นมาอยู่บริเวณ 4,128.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนสิงหาคมกลับลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 4,138.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภาพดังกล่าวชี้ว่าตลาดยังมีแรงประเมินความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงแรงซื้อจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์อย่างเดียว
ฝั่งโลหะมีค่าอื่นเคลื่อนไหวแตกต่างกัน เงินปรับขึ้น 1.3% อยู่ที่ 60.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมลดลง 0.2% เหลือ 1,636.72 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 1,272.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การแยกทิศทางของโลหะมีค่าบอกได้ว่าตลาดไม่ได้ซื้อทุกสินทรัพย์เสี่ยงต่ำพร้อมกันแบบเต็มแรง แต่เลือกตอบสนองตามปัจจัยเฉพาะของแต่ละตลาด
แรงหนุนจากตะวันออกกลางชนกับแรงกดดันดอกเบี้ย
ปัจจัยที่ดันทองคำให้ฟื้นคือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีการระบุว่ากองกำลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ของสหรัฐ รวมถึงการเพิกถอนใบอนุญาตที่เคยเปิดทางให้อิหร่านส่งออกน้ำมัน หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% และเพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจกลับมาเด่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐสูงขึ้น และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ต้นทุนโอกาสในการถือทองคำก็เพิ่มขึ้นตาม นักลงทุนต่างชาติที่ถือสกุลเงินอื่นอาจต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อทองคำที่พิจารณาจากดอลลาร์ จึงเป็นเหตุผลที่แรงรีบาวด์รอบนี้ยังถูกจำกัด แม้ข่าวความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะสนับสนุนฝั่งซื้อก็ตาม
รายงานประชุมเฟดอาจเป็นตัวกำหนดจังหวะถัดไปของ XAU/USD
ตลาดกำลังรอรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐช่วงวันที่ 16 ถึง 17 มิถุนายน เพื่ออ่านสัญญาณว่าเฟดมองความเสี่ยงเงินเฟ้อและเศรษฐกิจอย่างไร ภายใต้การนำของประธานเฟด เควิน วอร์ช ประเด็นที่สำคัญคือกรรมการให้ความสำคัญกับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากแค่ไหน และเห็นความเสี่ยงต่อวัฏจักรเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหรือไม่
เครื่องมือประเมินของตลาดสัญญาล่วงหน้าสะท้อนว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นมากกว่า 63% จากราว 57% ในวันก่อนหน้า ตัวเลขนี้สำคัญต่อ XAU/USD เพราะหากตลาดเชื่อว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้นนานกว่าที่คาด ทองคำอาจเผชิญแรงขายทำกำไรหรือแรงกดดันจากดอลลาร์ได้อีก แต่ถ้ารายงานประชุมแสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น
ความหมายต่อทองคำ 96.5% ในไทย
สำหรับผู้ติดตามราคาทองคำในประเทศ จุดสำคัญไม่ใช่ดู XAU/USD เพียงด้านเดียว ราคาทองคำ 96.5% ของไทยได้รับอิทธิพลจากราคาทองคำโลก ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ หรือ USD/THB รวมถึงค่าพรีเมียมและส่วนต่างซื้อขายของตลาดในประเทศ หากทองคำโลกขึ้น แต่เงินบาทแข็ง ค่าเงินบาทอาจช่วยลดแรงบวกของราคาทองไทยได้ ในทางกลับกัน หากทองคำโลกขยับขึ้นพร้อมเงินบาทอ่อน ราคาทองคำ 96.5% อาจตอบสนองแรงกว่าการเคลื่อนไหวของดอลลาร์ต่อออนซ์เพียงอย่างเดียว
ผู้ซื้อทองแท่งควรให้ความสำคัญกับส่วนต่างราคารับซื้อและขายออก เพราะการเก็งกำไรระยะสั้นจำเป็นต้องให้ราคาขยับมากพอที่จะชดเชยสเปรด ส่วนผู้ซื้อทองรูปพรรณต้องพิจารณาค่ากำเหน็จร่วมด้วย การปรับขึ้นของทองคำโลกอาจทำให้มูลค่าทองรูปพรรณเพิ่มขึ้นตามเนื้อทอง แต่ต้นทุนค่ากำเหน็จทำให้จุดคุ้มทุนแตกต่างจากทองแท่ง จึงควรแยกวัตถุประสงค์ให้ชัดว่าซื้อเพื่อออม สวมใส่ หรือเก็งกำไร
อ่านจังหวะตลาดแบบไม่ไล่ราคา
การรีบาวด์ 0.6% หลังแตะจุดต่ำสุดรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์บอกว่าตลาดยังมีแรงรับเมื่อเกิดข่าวเสี่ยง แต่ยังไม่เพียงพอจะยืนยันแนวโน้มใหม่โดยลำพัง นักลงทุนระยะสั้นควรดูว่าราคายืนเหนือบริเวณที่ฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ พร้อมติดตามทิศทางดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ หากสองตัวแปรนี้ยังแข็งแรง ทองคำอาจผันผวนในกรอบมากกว่าปรับขึ้นทางเดียว
สำหรับผู้ออมทองระยะยาว การแบ่งซื้อเป็นงวดอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อผิดจังหวะได้ดีกว่าการตัดสินใจครั้งเดียวทั้งก้อน โดยเฉพาะในช่วงที่ข่าวตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐเคลื่อนไหวพร้อมกัน ส่วนผู้ที่มีทองอยู่แล้วและต้องการขาย ควรเทียบราคาขายออกและราคารับซื้อแบบเรียลไทม์ เพราะความต่างเพียงเล็กน้อยใน USD/THB หรือ XAU/USD อาจทำให้ราคาทองไทยเปลี่ยนเร็วในระหว่างวัน
กรอบระวังสำหรับผู้ถือทองช่วงข่าวแรง
ภาวะตลาดตอนนี้มีความผันผวนสูงจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน เงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนได้เร็วตามข่าวและถ้อยแถลงของผู้กำหนดนโยบาย ก่อนตัดสินใจซื้อ ขาย หรือปรับพอร์ต ควรเปรียบเทียบราคาทองคำปัจจุบันจากหลายจุดพิจารณาจาก ตรวจสอบราคารับซื้อขายออกของร้านทอง และประเมินความสามารถรับความเสี่ยงของตนเอง ไม่ควรใช้การเคลื่อนไหวระยะสั้นเพียงวันเดียวเป็นเหตุผลทั้งหมดในการลงทุน
โดยสรุป ทองคำได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ยังต้องต่อสู้กับแรงกดดันจากดอลลาร์ บอนด์ยีลด์ และโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของเฟด นักลงทุนไทยจึงควรมองราคาทองคำ 96.5% ผ่านทั้งเลนส์ตลาดโลกและค่าเงินบาท พร้อมรอความชัดเจนจากรายงานประชุมเฟดก่อนประเมินทิศทางรอบถัดไปอย่างรอบคอบ