หน่วยน้ำหนักทองคำมีอะไรบ้าง บาท สลึง กรัม และออนซ์ต่างกันอย่างไร

การซื้อขายทองคำมีหน่วยน้ำหนักหลายแบบ ทั้งบาท สลึง หุน กรัม กิโลกรัม และทรอยออนซ์ แต่ละหน่วยถูกใช้ในตลาดและสถานการณ์ต่างกัน ร้านทองในประเทศไทยนิยมประกาศราคาต่อบาททองคำ ขณะที่ทองชิ้นเล็กและทองมาตรฐานสากลมักจำหน่ายเป็นกรัม ส่วนราคาทองในตลาดโลกจะแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ความสับสนที่เกิดขึ้นบ่อยคือเข้าใจว่าทองคำแท่ง 1 บาทกับทองรูปพรรณ 1 บาทมีน้ำหนักเท่ากัน หรือใช้หน่วยออนซ์ทั่วไปไปคำนวณกับ Gold Spot ทั้งที่ตลาดโลหะมีค่าใช้ทรอยออนซ์ซึ่งหนักกว่าออนซ์ทั่วไป นอกจากนี้ คำว่าบาทในตลาดทองยังเป็นหน่วยน้ำหนัก ไม่ใช่จำนวนเงินบาทที่ใช้ชำระเงิน
การเข้าใจหน่วยวัดทองอย่างถูกต้องช่วยให้คำนวณราคา เปรียบเทียบสินค้า และตรวจสอบน้ำหนักก่อนซื้อขายได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเปรียบเทียบทองคนละประเภทหรือเปลี่ยนจากหน่วยไทยไปเป็นหน่วยสากล
คำว่าบาททองคำหมายถึงอะไร
บาททองคำเป็นหน่วยน้ำหนักที่ใช้ในตลาดทองของประเทศไทย ไม่ใช่หน่วยเงินตรา แม้จะใช้คำว่าบาทเหมือนกันก็ตาม เมื่อร้านแจ้งว่าทองหนัก 1 บาท หมายถึงน้ำหนักของทองตามมาตรฐาน ไม่ได้หมายความว่าทองชิ้นนั้นมีราคา 1 บาท
ราคาทองที่ประกาศว่าเป็นราคาต่อบาทจึงหมายถึงราคาสำหรับทองน้ำหนัก 1 บาททองคำ ตัวอย่างเช่น หากทองคำแท่งขายออกบาทละ 60,000 บาท คำว่าบาทแรกเป็นหน่วยน้ำหนัก ส่วนคำว่าบาทหลังเป็นสกุลเงินไทย
ผู้ซื้อควรแยกสองความหมายนี้ออกจากกันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนวณทองครึ่งบาท หนึ่งสลึง หรือทองที่จำหน่ายเป็นกรัม
ทองคำแท่ง 1 บาทหนักกี่กรัม
ทองคำแท่ง 1 บาทมีน้ำหนักมาตรฐาน 15.244 กรัม ตัวเลขนี้ใช้กับทองที่ผลิตเป็นแท่งหรือแผ่นเพื่อการลงทุนและสะสมมูลค่า โดยไม่ควรนำไปใช้กับทองรูปพรรณโดยอัตโนมัติ
ทองคำแท่งที่มีขนาดต่ำกว่าหรือสูงกว่า 1 บาทสามารถคำนวณตามสัดส่วนได้ เช่น ทองคำแท่ง 2 บาทหนัก 30.488 กรัม ส่วนทองคำแท่ง 5 บาทหนัก 76.22 กรัม
ทองคำแท่งที่จำหน่ายด้วยหน่วยกรัม เช่น 1 กรัม 5 กรัม หรือ 10 กรัม เป็นผลิตภัณฑ์อีกระบบหนึ่ง แม้น้ำหนักอาจใกล้เคียงกับหน่วยไทยบางขนาด แต่ไม่ควรเรียกแทนกันโดยไม่มีการคำนวณ
ทองรูปพรรณ 1 บาทหนักกี่กรัม
ทองรูปพรรณ 1 บาทมีน้ำหนักมาตรฐาน 15.16 กรัม ซึ่งน้อยกว่าน้ำหนักทองคำแท่ง 1 บาทเล็กน้อย ความแตกต่างนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการซื้อขายทองแต่ละประเภท ผู้ซื้อจึงต้องรู้ก่อนว่าสินค้าที่กำลังคำนวณเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ
ทองรูปพรรณหมายถึงทองที่นำไปผลิตเป็นเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ต่างหู และจี้ ราคาซื้อนอกจากขึ้นอยู่กับน้ำหนักแล้ว ยังมีค่ากำเหน็จซึ่งเกิดจากการออกแบบและผลิตชิ้นงาน
หากนำราคาทองคำแท่งหารด้วย 15.244 แล้วใช้ผลลัพธ์กับทองรูปพรรณ อาจได้ตัวเลขที่ไม่ตรงกับการซื้อขายจริง เพราะทั้งน้ำหนักมาตรฐาน ฝั่งราคาที่ใช้ และค่าใช้จ่ายของสินค้าต่างกัน
เปรียบเทียบน้ำหนักทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ
| ขนาด | ทองคำแท่ง | ทองรูปพรรณ |
|---|---|---|
| ครึ่งสลึง | 1.9055 กรัม | 1.895 กรัม |
| 1 สลึง | 3.811 กรัม | 3.79 กรัม |
| 2 สลึง | 7.622 กรัม | 7.58 กรัม |
| 1 บาท | 15.244 กรัม | 15.16 กรัม |
| 2 บาท | 30.488 กรัม | 30.32 กรัม |
| 5 บาท | 76.22 กรัม | 75.80 กรัม |
| 10 บาท | 152.44 กรัม | 151.60 กรัม |
ตัวเลขในตารางเป็นค่าตามสัดส่วนของน้ำหนักมาตรฐาน ผู้ซื้อควรยึดรายละเอียดบนฉลาก ใบเสร็จ และน้ำหนักที่ชั่งจากสินค้าจริงประกอบด้วย โดยเฉพาะทองรูปพรรณที่มีอัญมณี เชือก หรือส่วนประกอบอื่น
หนึ่งบาททองคำมีกี่สลึง
ทอง 1 บาทแบ่งเป็น 4 สลึง ดังนั้นทอง 1 สลึงจึงเท่ากับหนึ่งในสี่ของบาททองคำ หรือ 0.25 บาททอง ส่วนทอง 2 สลึงเท่ากับครึ่งบาททอง และทองครึ่งสลึงเท่ากับหนึ่งในแปดของบาททอง
ความสัมพันธ์ของหน่วยที่พบได้บ่อยมีดังนี้
| หน่วยทอง | สัดส่วนของ 1 บาททอง |
|---|---|
| ครึ่งสลึง | 0.125 บาททอง |
| 1 สลึง | 0.25 บาททอง |
| 2 สลึง | 0.50 บาททอง |
| 3 สลึง | 0.75 บาททอง |
| 4 สลึง | 1 บาททอง |
คำว่าทอง 50 สตางค์ที่ร้านบางแห่งใช้หมายถึงทองครึ่งบาทหรือ 2 สลึง ไม่ได้หมายถึงเหรียญเงิน 50 สตางค์ ส่วนทอง 25 สตางค์หมายถึงทอง 1 สลึง และทอง 75 สตางค์หมายถึงทอง 3 สลึง
ทอง 1 สลึงหนักกี่กรัม
ทองคำแท่ง 1 สลึงหนักประมาณ 3.811 กรัม เนื่องจากนำ 15.244 กรัมหารด้วย 4 ส่วนทองรูปพรรณ 1 สลึงหนักประมาณ 3.79 กรัม ซึ่งคำนวณจาก 15.16 กรัมหารด้วย 4
เมื่อซื้อทอง 1 สลึงจึงต้องดูให้ชัดว่าเป็นทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ เพราะน้ำหนักและราคาที่ใช้เป็นฐานไม่เหมือนกัน หากเป็นทองรูปพรรณยังต้องรวมค่ากำเหน็จของชิ้นงานเพิ่มจากมูลค่าเนื้อทองด้วย
ทอง 1 สลึงเป็นขนาดที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้เริ่มสะสมหรือซื้อเป็นของขวัญ เนื่องจากใช้เงินน้อยกว่าทอง 1 บาท แต่ค่าใช้จ่ายด้านการผลิตต่อหน่วยอาจสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับทองขนาดใหญ่
ทอง 2 สลึงหนักกี่กรัม
ทอง 2 สลึงเท่ากับครึ่งบาททองหรือ 0.50 บาททอง ทองคำแท่ง 2 สลึงจึงหนักประมาณ 7.622 กรัม ขณะที่ทองรูปพรรณ 2 สลึงหนักประมาณ 7.58 กรัม
บางร้านเรียกขนาดนี้ว่าทองครึ่งบาทหรือทอง 50 สตางค์ ทั้งสามคำหมายถึงสัดส่วนเดียวกัน แต่ผู้ซื้อยังต้องตรวจชนิดทองและน้ำหนักเป็นกรัมบนเอกสารทุกครั้ง
หากต้องการประมาณราคา สามารถนำราคาต่อบาทของทองประเภทนั้นคูณด้วย 0.50 แล้วบวกค่าบล็อกหรือค่ากำเหน็จตามชนิดสินค้า
ทองครึ่งสลึงหนักกี่กรัม
ทองครึ่งสลึงเท่ากับครึ่งหนึ่งของ 1 สลึง หรือหนึ่งในแปดของทอง 1 บาท ทองคำแท่งครึ่งสลึงจึงหนักประมาณ 1.9055 กรัม ส่วนทองรูปพรรณครึ่งสลึงหนักประมาณ 1.895 กรัม
แม้น้ำหนักทองครึ่งสลึงจะเท่ากับ 0.125 บาททอง แต่ราคาสุทธิอาจสูงกว่าหนึ่งในแปดของทอง 1 บาทเล็กน้อย เนื่องจากทองชิ้นเล็กยังมีค่าบล็อก บรรจุภัณฑ์ หรือต้นทุนการผลิต ส่วนทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จตามลวดลาย
ผู้ซื้อควรเปรียบเทียบราคาสุทธิต่อกรัมกับทองขนาด 1 สลึงหรือ 2 สลึง หากซื้อเพื่อสะสมระยะยาว เพราะสินค้าขนาดเล็กมักมีต้นทุนต่อกรัมสูงกว่า
หน่วยหุนของทองคำคืออะไร
หุนเป็นหน่วยย่อยที่ใช้เรียกน้ำหนักทอง โดยทั่วไป 1 สลึงแบ่งเป็น 10 หุน ดังนั้นทอง 1 บาทซึ่งมี 4 สลึงจึงเท่ากับ 40 หุน
ทอง 1 หุนมีสัดส่วนเท่ากับ 0.025 บาททอง หากคิดตามน้ำหนักทองรูปพรรณจะอยู่ประมาณ 0.379 กรัม ส่วนทองคำแท่งจะอยู่ประมาณ 0.3811 กรัม
| จำนวนหุน | เทียบเป็นสลึง | เทียบเป็นบาททอง |
|---|---|---|
| 1 หุน | 0.1 สลึง | 0.025 บาททอง |
| 5 หุน | ครึ่งสลึง | 0.125 บาททอง |
| 10 หุน | 1 สลึง | 0.25 บาททอง |
| 20 หุน | 2 สลึง | 0.50 บาททอง |
| 40 หุน | 4 สลึง | 1 บาททอง |
ในปัจจุบัน ร้านทองนิยมระบุน้ำหนักเป็นกรัมควบคู่กับหน่วยบาทและสลึงมากขึ้น ผู้ซื้อจึงควรใช้ตัวเลขกรัมบนฉลากเป็นหลักเมื่อต้องการตรวจสอบอย่างละเอียด
สตางค์ทองคำหมายถึงอะไร
คำว่าสตางค์ทองเป็นวิธีเรียกสัดส่วนของบาททอง โดยถือว่า 1 บาททองเท่ากับ 100 สตางค์ทอง จึงเกิดคำเรียกที่พบได้บ่อย เช่น ทอง 25 สตางค์ ทอง 50 สตางค์ และทอง 75 สตางค์
| สตางค์ทอง | เทียบเป็นสลึง | เทียบเป็นบาททอง |
|---|---|---|
| 12.5 สตางค์ | ครึ่งสลึง | 0.125 บาททอง |
| 25 สตางค์ | 1 สลึง | 0.25 บาททอง |
| 50 สตางค์ | 2 สลึง | 0.50 บาททอง |
| 75 สตางค์ | 3 สลึง | 0.75 บาททอง |
| 100 สตางค์ | 4 สลึง | 1 บาททอง |
คำว่าสตางค์ในบริบทนี้เป็นสัดส่วนของน้ำหนักทอง ไม่ใช่มูลค่าเหรียญหรือเงินตรา หากเห็นป้ายว่าทอง 50 สตางค์ จึงต้องเข้าใจว่าเป็นทองน้ำหนักครึ่งบาท ไม่ใช่ทองราคา 50 สตางค์
กรัมเป็นหน่วยวัดทองอย่างไร
กรัมเป็นหน่วยมวลในระบบเมตริกและใช้กันแพร่หลายในตลาดทองสมัยใหม่ ทองคำแท่งขนาดเล็กมักผลิตในน้ำหนัก 0.1 กรัม 0.5 กรัม 1 กรัม 2 กรัม 5 กรัม หรือ 10 กรัม ส่วนทองรูปพรรณต้องแสดงน้ำหนักเป็นกรัมเพื่อให้ผู้ซื้อทราบปริมาณสินค้าอย่างชัดเจน
การใช้กรัมช่วยให้เปรียบเทียบสินค้าที่ไม่ได้ผลิตตามหน่วยบาททองได้ง่ายขึ้น แต่การมีน้ำหนักเท่ากันไม่ได้หมายความว่ามีมูลค่าเท่ากันเสมอไป เพราะยังต้องพิจารณาความบริสุทธิ์ของทอง เช่น ทอง 1 กรัมความบริสุทธิ์ 96.5 เปอร์เซ็นต์มีเนื้อทองบริสุทธิ์น้อยกว่าทอง 1 กรัมความบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์
สินค้า 1 กรัมแต่ละชนิดอาจมีค่าบล็อก ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่ากำเหน็จ หรือค่าพรีเมียมต่างกัน ผู้ซื้อจึงควรเปรียบเทียบจากราคาสุทธิและเงื่อนไขรับซื้อคืน ไม่ใช่ดูน้ำหนักอย่างเดียว
ทอง 1 กรัมเท่ากับกี่บาททอง
การแปลงทอง 1 กรัมเป็นบาททองต้องแยกระหว่างทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ
สำหรับทองคำแท่ง
1 กรัม= 1/15.2441 บาททอง ≈ 0.06560 บาททอง
สำหรับทองรูปพรรณ
1 กรัม= 1/15.161 บาททอง ≈ 0.06596 บาททอง
ทอง 1 กรัมจึงไม่เท่ากับทอง 1 สลึง เพราะทอง 1 สลึงมีน้ำหนักประมาณ 3.79 ถึง 3.811 กรัมตามชนิดทอง ความเข้าใจผิดในจุดนี้อาจทำให้เปรียบเทียบราคาสินค้าคลาดเคลื่อนได้มาก
ทอง 1 บาทเท่ากับกี่กรัม
คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทของทอง
- ทองคำแท่ง 1 บาทเท่ากับ 15.244 กรัม
- ทองรูปพรรณ 1 บาทเท่ากับ 15.16 กรัม
ไม่ควรตอบเพียงว่าทอง 1 บาทหนักประมาณ 15.2 กรัมเมื่อต้องนำไปคำนวณราคา เพราะความต่างระหว่างสองมาตรฐานมีผลเมื่อซื้อขายทองหลายบาทหรือประเมินมูลค่าที่ต้องการความละเอียด
หากเป็นทองจากต่างประเทศหรือเครื่องประดับที่ระบุน้ำหนักเป็นกรัม ควรใช้กรัมตามใบรับรองโดยตรง ไม่จำเป็นต้องบังคับแปลงเป็นบาททองก่อนทุกครั้ง
กิโลกรัมใช้กับทองประเภทใด
กิโลกรัมใช้กับทองคำแท่งขนาดใหญ่และการซื้อขายระดับสถาบันหรือผู้ประกอบการ ทองคำแท่งน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากับ 1,000 กรัม แต่จำนวนบาททองจะแตกต่างตามมาตรฐานที่นำมาเทียบ
หากเทียบกับน้ำหนักทองคำแท่งไทย
ตัวเลขนี้เป็นการเทียบน้ำหนักเท่านั้น ยังไม่ได้ปรับตามเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ หากทอง 1 กิโลกรัมเป็นความบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่ราคาทองไทยอ้างอิงทอง 96.5 เปอร์เซ็นต์ ต้องปรับความบริสุทธิ์ก่อนเปรียบเทียบมูลค่า
ทรอยออนซ์คืออะไร
ทรอยออนซ์เป็นหน่วยน้ำหนักที่ใช้สำหรับทอง เงิน แพลทินัม และโลหะมีค่าในตลาดสากล หนึ่งทรอยออนซ์เท่ากับ 31.1034768 กรัม มักเขียนย่อว่า oz t หรือ troy oz
ราคาทองคำโลกหรือ Gold Spot นิยมแสดงเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งทรอยออนซ์ ตัวอย่างเช่น หาก Gold Spot อยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์ หมายถึงทองคำตามมาตรฐานตลาดมีราคา 2,500 ดอลลาร์ต่อหนึ่งทรอยออนซ์ ไม่ใช่ต่อหนึ่งบาททองหรือต่อหนึ่งกรัม
เมื่อแปลงราคาทองโลกเป็นราคาทองไทย ต้องพิจารณาทั้งน้ำหนักต่อทรอยออนซ์ ค่าเงินบาท ความบริสุทธิ์ของทอง และองค์ประกอบราคาภายในประเทศ จึงไม่ควรนำ Gold Spot มาคูณค่าเงินบาทแล้วใช้เป็นราคาทองต่อบาทโดยตรง
ทรอยออนซ์ต่างจากออนซ์ทั่วไปอย่างไร
ออนซ์ที่ใช้ชั่งอาหารและสินค้าทั่วไปเรียกว่า Avoirdupois Ounce มีน้ำหนักประมาณ 28.3495 กรัม ส่วนทรอยออนซ์ที่ใช้ในตลาดโลหะมีค่าหนัก 31.1034768 กรัม
| หน่วย | น้ำหนัก |
|---|---|
| 1 ออนซ์ทั่วไป | ประมาณ 28.3495 กรัม |
| 1 ทรอยออนซ์ | 31.1034768 กรัม |
| ส่วนต่าง | ประมาณ 2.754 กรัม |
การใช้ออนซ์ทั่วไปแทนทรอยออนซ์จะทำให้คำนวณราคาทองผิดพลาดเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องตรวจเสมอว่าตัวเลขออนซ์ที่พบอยู่ในระบบใด หากเป็นราคาทองคำโลกให้ใช้ทรอยออนซ์
หนึ่งกิโลกรัมมีกี่ทรอยออนซ์
ทองน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากับประมาณ 32.1507466 ทรอยออนซ์ คำนวณจาก 1,000 กรัมหารด้วย 31.1034768 กรัมต่อทรอยออนซ์
1,000÷31.1034768 ≈ 32.1507466
การแปลงนี้ใช้เปรียบเทียบทองคำแท่งที่จำหน่ายเป็นกิโลกรัมกับราคาในตลาดโลก แต่หากต้องการประเมินมูลค่าที่แท้จริงยังต้องปรับด้วยความบริสุทธิ์ของทองด้วย
หน่วยโทลาและตำลึงในตลาดต่างประเทศ
บางประเทศในเอเชียใต้และตะวันออกกลางใช้หน่วยโทลาในการซื้อขายทอง โดย 1 โทลามีน้ำหนักประมาณ 11.6638 กรัม ส่วนตลาดจีน ฮ่องกง และไต้หวันอาจพบหน่วยตำลึงหรือ Tael
หน่วย Tael ไม่มีค่าน้ำหนักเดียวกันในทุกตลาด ค่าที่ใช้ในฮ่องกงอาจต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่หรือไต้หวัน ผู้ซื้อจึงไม่ควรใช้ตัวเลขที่พบจากตลาดหนึ่งไปคำนวณสินค้าในอีกตลาดโดยไม่ตรวจสอบมาตรฐานของผู้ขาย
สำหรับคนไทยที่ซื้อทองจากต่างประเทศ วิธีปลอดภัยที่สุดคือขอเอกสารที่ระบุน้ำหนักเป็นกรัมและความบริสุทธิ์อย่างชัดเจน แล้วจึงนำข้อมูลมาคำนวณเทียบกับตลาดไทย
กะรัตเป็นหน่วยน้ำหนักหรือความบริสุทธิ์
คำว่ากะรัตสามารถใช้ในสองความหมายซึ่งต้องแยกออกจากกัน เมื่อใช้กับทองคำ สัญลักษณ์ K หมายถึงสัดส่วนความบริสุทธิ์ โดยถือว่าทองบริสุทธิ์ใกล้เคียง 24K
ตัวอย่างความบริสุทธิ์ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
| กะรัตทอง | ความบริสุทธิ์โดยประมาณ |
|---|---|
| 24K | 99.9 ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์ |
| 22K | 91.7 เปอร์เซ็นต์ |
| 18K | 75 เปอร์เซ็นต์ |
| 14K | 58.5 เปอร์เซ็นต์ |
| 10K | 41.7 เปอร์เซ็นต์ |
| 9K | 37.5 เปอร์เซ็นต์ |
แต่เมื่อใช้คำว่ากะรัตกับเพชรหรืออัญมณี สัญลักษณ์ ct จะเป็นหน่วยน้ำหนัก โดย 1 กะรัตเท่ากับ 0.2 กรัม กะรัตของอัญมณีจึงไม่ใช่ความหมายเดียวกับกะรัตที่ใช้บอกความบริสุทธิ์ของทอง
เปอร์เซ็นต์ทองกับน้ำหนักทองต่างกันอย่างไร
น้ำหนักบอกว่าชิ้นงานทั้งหมดหนักเท่าไร ส่วนเปอร์เซ็นต์ทองบอกว่าในชิ้นงานนั้นมีเนื้อทองอยู่ในสัดส่วนเท่าไร ทองสองชิ้นอาจหนักเท่ากันแต่มีปริมาณทองบริสุทธิ์ต่างกันได้
ตัวอย่างเช่น ทองหนัก 10 กรัม ความบริสุทธิ์ 96.5 เปอร์เซ็นต์มีเนื้อทองบริสุทธิ์โดยประมาณ
ทองหนัก 10 กรัม ความบริสุทธิ์ 75 เปอร์เซ็นต์หรือทอง 18K จะมีเนื้อทองบริสุทธิ์โดยประมาณ
10×0.75 = 7.50 กรัม
การเปรียบเทียบมูลค่าทองต่างเปอร์เซ็นต์จึงต้องคำนวณปริมาณเนื้อทองบริสุทธิ์ ไม่ควรเปรียบเทียบจากน้ำหนักรวมเพียงอย่างเดียว
ค่าความบริสุทธิ์แบบ Fineness คืออะไร
ตลาดทองสากลมักระบุความบริสุทธิ์เป็นจำนวนส่วนในหนึ่งพัน เรียกว่า Fineness ตัวเลข 965 หมายถึงมีทอง 965 ส่วนจากโลหะทั้งหมด 1,000 ส่วน หรือเท่ากับ 96.5 เปอร์เซ็นต์
| ตัวเลข Fineness | ความบริสุทธิ์ |
|---|---|
| 999.9 | 99.99 เปอร์เซ็นต์ |
| 999 | 99.9 เปอร์เซ็นต์ |
| 965 | 96.5 เปอร์เซ็นต์ |
| 916 | ประมาณ 91.6 เปอร์เซ็นต์ |
| 750 | 75 เปอร์เซ็นต์ |
| 585 | 58.5 เปอร์เซ็นต์ |
| 375 | 37.5 เปอร์เซ็นต์ |
หากเห็นตรา 750 บนเครื่องประดับ ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนัก 750 กรัม แต่หมายถึงทองความบริสุทธิ์ 75 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 18K การเข้าใจตัวเลขบนตราช่วยลดความสับสนเมื่อตรวจเครื่องประดับจากต่างประเทศ
Fine Gold Weight คืออะไร
Fine Gold Weight หมายถึงน้ำหนักของเนื้อทองบริสุทธิ์ที่อยู่ในชิ้นงาน หลังปรับตามความบริสุทธิ์แล้ว ต่างจาก Gross Weight ซึ่งเป็นน้ำหนักรวมของโลหะทั้งชิ้น
วิธีคำนวณคือ
หากทองคำแท่งหนัก 100 กรัมและมีความบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักทองบริสุทธิ์จะอยู่ประมาณ 99.99 กรัม แต่ถ้าทองหนัก 100 กรัมและมีความบริสุทธิ์ 96.5 เปอร์เซ็นต์ จะมีเนื้อทองบริสุทธิ์ประมาณ 96.5 กรัม
แนวคิดนี้สำคัญเมื่อต้องเปรียบเทียบทองต่างมาตรฐาน เช่น ทอง 96.5 เปอร์เซ็นต์กับทอง 99.99 เปอร์เซ็นต์ เพราะน้ำหนักรวมเท่ากันไม่ได้แปลว่ามีปริมาณเนื้อทองเท่ากัน
วิธีคำนวณราคาทองตามน้ำหนัก
หากต้องการประมาณราคาทองคำแท่งจากราคาต่อบาท สามารถใช้สูตรต่อไปนี้
ราคาตามน้ำหนัก=ราคาทองคำแท่งต่อบาท×จำนวนบาททอง
สมมติราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 60,000 บาทต่อหนึ่งบาททอง
ทองคำแท่ง 1 สลึงจะมีมูลค่าเนื้อทองโดยประมาณ
60,000×0.25=15,000 บาท
ทองคำแท่ง 2 สลึงจะมีมูลค่าโดยประมาณ
60,000×0.50=30,000 บาท
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าบล็อก บรรจุภัณฑ์ หรือค่าใช้จ่ายของร้าน หากเป็นทองรูปพรรณต้องเลือกใช้ราคาทองรูปพรรณขายออกและบวกค่ากำเหน็จของชิ้นงาน
วิธีคำนวณราคาทองต่อกรัม
ราคาทองคำแท่งต่อกรัมโดยประมาณคำนวณจากราคาต่อหนึ่งบาททองหารด้วย 15.244
ราคาทองคำแท่งต่อกรัม = ราคาทองคำแท่งต่อบาท/15.244
หากราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 60,000 บาทต่อบาททอง ราคาต่อกรัมโดยประมาณจะเป็น
60,000÷15.244 ≈ 3,935.97 บาทต่อกรัม
สำหรับทองรูปพรรณ การคำนวณมูลค่าเนื้อทองต่อกรัมอาจใช้ราคาทองรูปพรรณและน้ำหนักมาตรฐาน 15.16 กรัมเป็นข้อมูลประกอบ แต่ราคาซื้อจริงต้องรวมค่ากำเหน็จและรายละเอียดของสินค้า ส่วนการขายต้องใช้ฝั่งราคารับซื้อ ไม่ใช่ราคาขายออก
ซื้อกับขายต้องใช้ราคาคนละฝั่ง
ผู้ที่กำลังซื้อทองต้องดูราคาขายออก เพราะเป็นราคาที่ร้านขายทองให้ลูกค้า ส่วนผู้ที่นำทองไปขายต้องดูราคารับซื้อหรือฐานราคาที่ร้านใช้ประเมิน
การนำราคาขายออกไปคูณน้ำหนักทองที่ต้องการขายจะทำให้ประเมินเงินที่จะได้รับสูงกว่าความเป็นจริง เพราะไม่ได้หักส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขาย รวมถึงเงื่อนไขของทองรูปพรรณ
หากเป็นทองรูปพรรณยังต้องพิจารณาน้ำหนักจริง ความบริสุทธิ์ สภาพสินค้า และส่วนประกอบที่ไม่ใช่ทอง ผู้ขายจึงควรนำทองไปชั่งและขอใบประเมินจากร้าน ไม่ควรใช้สูตรออนไลน์เป็นข้อสรุปสุดท้ายเพียงอย่างเดียว
เหตุใดน้ำหนักบนเครื่องชั่งอาจไม่ตรงกับน้ำหนักทอง
เครื่องประดับบางชิ้นมีอัญมณี เชือก ลูกปัด สปริง ตะขอ หรือวัสดุอื่นประกอบอยู่ น้ำหนักที่เครื่องชั่งแสดงจึงอาจเป็นน้ำหนักรวม ไม่ใช่น้ำหนักของเนื้อทองทั้งหมด
เครื่องชั่งทั่วไปภายในบ้านอาจละเอียดเพียง 1 กรัมหรือ 0.1 กรัม ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับทองชิ้นเล็ก ความคลาดเคลื่อนเพียง 0.1 กรัมสามารถคิดเป็นมูลค่าได้มากเมื่อราคาทองอยู่ในระดับสูง
พื้นผิวที่ไม่เรียบ ลม การสั่นสะเทือน แบตเตอรี่ และการตั้งค่าศูนย์ของเครื่องชั่งยังทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนได้ หากต้องการใช้ประกอบการซื้อขายควรให้ร้านชั่งต่อหน้าโดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและตรวจดูว่าตัวเลขเริ่มต้นจากศูนย์
ทองเก่าอาจมีน้ำหนักลดลงได้หรือไม่
ทองรูปพรรณที่สวมใส่เป็นเวลานานสามารถมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อยจากการเสียดสี การขัดทำความสะอาด การซ่อม และการตัดแต่งส่วนที่ชำรุด โดยเฉพาะสร้อยที่มีข้อต่อจำนวนมาก แหวนที่สัมผัสวัตถุบ่อย และกำไลที่เกิดการกระแทก
การที่น้ำหนักต่ำกว่าใบเสร็จเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าร้านหรือเจ้าของทำผิดเสมอไป ต้องดูระยะเวลาการใช้งาน ประวัติการซ่อม และสภาพของชิ้นงานร่วมกัน
หากน้ำหนักแตกต่างมากควรให้ร้านตรวจสอบความบริสุทธิ์และส่วนประกอบ ไม่ควรตัดสินจากเครื่องชั่งเพียงเครื่องเดียว โดยเฉพาะสินค้าที่มีหินหรือวัสดุอื่นติดอยู่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแปลงหน่วยทอง
ข้อผิดพลาดแรกคือใช้ 15.244 กรัมกับทองทุกชนิด ทั้งที่ตัวเลขนี้เป็นน้ำหนักของทองคำแท่ง 1 บาท ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาทใช้มาตรฐาน 15.16 กรัม
ข้อผิดพลาดต่อมาคือเข้าใจว่าทอง 1 กรัมเท่ากับ 1 สลึง ทั้งที่ทอง 1 สลึงหนักเกือบ 3.8 กรัม และมีน้ำหนักมากกว่าทอง 1 กรัมเกือบสี่เท่า
อีกข้อผิดพลาดคือใช้ออนซ์ทั่วไป 28.3495 กรัมไปคำนวณ Gold Spot แทนทรอยออนซ์ 31.1034768 กรัม ทำให้ผลลัพธ์ผิดไปอย่างมีนัยสำคัญ
บางคนยังเปรียบเทียบทองต่างเปอร์เซ็นต์จากน้ำหนักรวมโดยไม่ปรับความบริสุทธิ์ เช่น เปรียบเทียบทอง 18K หนัก 10 กรัมกับทอง 96.5 เปอร์เซ็นต์หนัก 10 กรัมว่าเท่ากัน ทั้งที่ปริมาณเนื้อทองบริสุทธิ์ต่างกัน
สุดท้ายคือเลือกใช้ราคาผิดฝั่ง โดยใช้ราคาขายออกเพื่อประเมินทองที่จะนำไปขาย ทำให้คาดว่าจะได้เงินมากกว่าราคาที่ร้านรับซื้อจริง
ตารางสรุปหน่วยน้ำหนักทองที่ควรรู้
| หน่วย | ค่าเทียบโดยประมาณ |
|---|---|
| ทองคำแท่ง 1 บาท | 15.244 กรัม |
| ทองรูปพรรณ 1 บาท | 15.16 กรัม |
| 1 บาททอง | 4 สลึง |
| 1 บาททอง | 40 หุน |
| 1 บาททอง | 100 สตางค์ทอง |
| 1 สลึง | 0.25 บาททอง |
| 2 สลึง | 0.50 บาททอง |
| ครึ่งสลึง | 0.125 บาททอง |
| 1 หุน | 0.025 บาททอง |
| 1 ทรอยออนซ์ | 31.1034768 กรัม |
| 1 ออนซ์ทั่วไป | ประมาณ 28.3495 กรัม |
| 1 กิโลกรัม | ประมาณ 32.1507466 ทรอยออนซ์ |
| 1 กะรัตอัญมณี | 0.2 กรัม |
| 1 โทลา | ประมาณ 11.6638 กรัม |
ตารางนี้เหมาะสำหรับใช้ทำความเข้าใจและคำนวณเบื้องต้น การซื้อขายจริงควรตรวจมาตรฐานของสินค้า ความบริสุทธิ์ น้ำหนักบนฉลาก และราคาที่ผู้ประกอบการใช้ในเวลาทำรายการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหน่วยทองคำ
ทอง 1 บาทหนัก 15.16 หรือ 15.244 กรัม
ถูกทั้งสองตัวเลขแต่ใช้กับทองคนละประเภท ทองคำแท่ง 1 บาทหนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาทหนัก 15.16 กรัม
ทอง 1 สลึงเท่ากับกี่กรัม
ทองคำแท่ง 1 สลึงหนักประมาณ 3.811 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 สลึงหนักประมาณ 3.79 กรัม
ทอง 50 สตางค์เท่ากับกี่สลึง
ทอง 50 สตางค์เท่ากับ 2 สลึงหรือครึ่งบาททอง
ทอง 1 กรัมเท่ากับ 1 สลึงหรือไม่
ไม่เท่ากัน ทอง 1 สลึงมีน้ำหนักประมาณ 3.79 ถึง 3.811 กรัมตามประเภทของทอง
ทอง 1 บาทมีกี่หุน
ทอง 1 บาทเท่ากับ 40 หุน โดย 1 สลึงเท่ากับ 10 หุน
Gold Spot ใช้ออนซ์แบบใด
ใช้ทรอยออนซ์ โดย 1 ทรอยออนซ์เท่ากับ 31.1034768 กรัม ไม่ใช่ออนซ์ทั่วไปที่หนักประมาณ 28.3495 กรัม
ทอง 10 กรัมเท่ากับกี่บาททอง
หากเทียบกับทองคำแท่งจะเท่ากับประมาณ 0.656 บาททอง หากเทียบกับน้ำหนักทองรูปพรรณจะเท่ากับประมาณ 0.660 บาททอง แต่ต้องตรวจชนิดและความบริสุทธิ์ก่อนนำไปคำนวณราคา
น้ำหนักทองรวมอัญมณีด้วยหรือไม่
ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ผู้ขายระบุ หากชั่งเครื่องประดับทั้งชิ้น น้ำหนักอาจรวมอัญมณีและวัสดุอื่น ผู้ซื้อควรถามน้ำหนักทองสุทธิและตรวจรายละเอียดบนใบเสร็จให้ชัดเจน
สรุป
หน่วยน้ำหนักทองที่ใช้ในประเทศไทยประกอบด้วยบาท สลึง หุน สตางค์ทอง และกรัม โดยทอง 1 บาทแบ่งเป็น 4 สลึง 40 หุน หรือ 100 สตางค์ทอง แต่ต้องแยกให้ชัดว่าทองคำแท่ง 1 บาทหนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาทหนัก 15.16 กรัม
ตลาดทองสากลใช้ทรอยออนซ์เป็นหลัก หนึ่งทรอยออนซ์เท่ากับ 31.1034768 กรัมและหนักกว่าออนซ์ทั่วไป การนำราคาทองโลกมาคำนวณจึงต้องใช้หน่วยทรอยออนซ์ รวมถึงปรับค่าเงินบาทและเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์ให้ถูกต้อง
ก่อนซื้อขายควรตรวจทั้งชนิดทอง น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ ฝั่งราคาที่ใช้ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การรู้เพียงว่าทองหนักกี่กรัมยังไม่เพียงพอ หากทองแต่ละชิ้นมีเปอร์เซ็นต์หรือส่วนประกอบต่างกัน ความเข้าใจเรื่องหน่วยวัดจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ประเมินมูลค่าทองได้ใกล้เคียงความเป็นจริงและลดความผิดพลาดจากการแปลงหน่วยผิดประเภท